ข้อบังคับ(สมาชิก)


หมวด 5

สมาชิก

  ข้อ 32. สมาชิก สมาชิกสหกรณ์คือ
 

(1)

ผู้ลงชื่อขอจดทะเบียนสหกรณ์ และผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้จะเป็นสมาชิกของสหกรณ์ และได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนแล้ว
  (2) ผู้ได้รับเลือกเข้าเป็นสมาชิกตามข้อบังคับและได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนแล้ว
  ข้อ 33. คุณสมบัติของสมาชิก สมาชิกต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  (1) เป็นผู้เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์
  (2) เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ
  (3)

ก.เป็นพนักงานสังกัด บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)หรือเป็นพนักงานประจำของสหกรณ์นี้ หรือ

    ข. เป็นพนักงานสังกัดบริษัทในเครือของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) หรือ
    ค. เป็นพนักงานสังกัด บริษัทในกลุ่มที่บริษัทในเครือของบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ถือหุ้นและผู้บริหารให้การสนับสนุนการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ธุรกิจก๊าซ ปตท. จำกัด , มีข้อตกลงร่วมมือ ในการดำเนินงาน, ช่วยเหลือตรวจสอบ, ดูแลให้ข้อมูลซึ่งกันและกัน และมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์ของสมาชิก, บริษัท และสหกรณ์
  (4) เป็นผู้มีความประพฤติและมีนิสัยดีงาม
  (5) มิได้เป็นสมาชิกในสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน เว้นแต่จะสมัครเป็นสมาชิกของสหกรณ์อื่นเพื่อการออมทรัพย์ และทำหนังสือแจ้งสถานภาพสมาชิกของสหกรณ์อื่นให้ไว้เป็นหลักฐาน
    (แก้ไขครั้งที่ 5 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551)
 

ข้อ 34. การเข้าเป็นสมาชิก ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ต้องยื่นใบสมัครถึงสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้

  บุคคลที่เคยลาออกจากการเป็นสมาชิกแล้ว และมีความประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกใหม่ต้องมีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี นับจากวันที่รับค่าหุ้นสะสมคืนจากสหกรณ์จนถึงวันสมัครเข้าเป็นสมาชิก
  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณา ปรากฎว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้อง ตามที่กำหนดไว้ในข้อ 33 ทั้งเห็นเป็นการสมควรแล้ว ก็ให้รับเข้าเป็นสมาชิกได้แล้วเสนอเรื่องการรับสมาชิกเข้าใหม่ให้ที่ประชุมใหญ่คราวถัดไปทราบ
  ถ้าคณะกรรมการดำเนินการไม่รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม เมื่อผู้สมัครร้องขอก็ให้คณะกรรมการดำเนินการนำเรื่องเสนอที่ประชุมใหญ่เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด มติแห่งที่ประชุมใหญ่ให้รับเข้าเป็นสมาชิกในกรณีดังว่านี้ ต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนสมาชิกที่มาประชุม
    (แก้ไขครั้งที่ 4 วันที่ 18 มกราคม 2548)
  ข้อ 36. สิทธิหน้าที่ในฐานะสมาชิก ผู้เข้าเป็นสมาชิกต้องลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิกกับชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและชำระค่าหุ้นตามระเบียบของสหกรณ์แล้ว จึงจะถือว่าได้สิทธิในฐานะสมาชิก
  ข้อ 36/1. สิทธิของสมาชิกมีดังนี้
    (1) เข้าร่วมประชุมใหญ่ เพื่อเสนอความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน
    (2) เข้าชื่อเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
    (3) เสนอหรือได้รับเลือกเป็นกรรมการดำเนินการสหกรณ์ หรือผู้ตรวจสอบกิจการสหกรณ์
    (4)
    ได้รับบริการทางธุรกิจและทางวิชาการจากสหกรณ์
    (5)
    สิทธิอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับและระเบียบของสหกรณ์
  ข้อ 36/2. หน้าที่ของสมาชิก มีดังนี้
    (1)
    ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติ และคำสั่งของสหกรณ์
    (2)
    เข้าร่วมประชุมทุกครั้งที่สหกรณ์นัดหมาย
    (3)
    ส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์เป็นองค์กรที่เข้มแข็ง
    (4)
    สอดส่องดูแลกิจการของสหกรณ์ ร่วมมือกับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ พัฒนาสหกรณ์ให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคง
 

ข้อ 37. การโอนสมาชิกระหว่างสหกรณ์ สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ซึ่งย้าย โอนหรือสังกัดในหน่วยงานใหม่ และมีคุณสมบัติตามข้อ 33(3) ถ้าสมาชิกนั้นมีความประสงค์จะให้โอนเงินค่าหุ้น เงินกู้ ที่มีอยู่ในสหกรณ์เดิมมายังสหกรณ์ที่ตนได้เข้าเป็นสมาชิกใหม่ ให้ยื่นความจำนงเป็นหนังสือขอโอนต่อสหกรณ์ตามแบบที่กำหนด ให้สหกรณ์ดำเนินการโอนสมาชิกภาพให้เสร็จสิ้นไป

  ข้อ 38. การเปลี่ยนแปลงชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ สถานภาพ หรือภูมิลำเนา สมาชิกคนใดเปลี่ยนแปลงชื่อ ชื่อสกุล สัญชาติ สถานภาพ และหรือภูมิลำเนา ต้องแจ้งให้สหกรณ์ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
  ข้อ 39. การตั้งผู้รับโอนประโยชน์ สมาชิกอาจทำเป็นหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคนให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งตนมีอยู่ในสหกรณ์ในเมื่อตนถึงแก่กรรม โดยมอบให้สหกรณ์ถือไว้ก็ได้ หนังสือตั้งผู้รับโอนประโยชน์ดังกล่าวนี้ให้ทำตามลักษณะพินัยกรรมโดยอนุโลม
 

ถ้าสมาชิกประสงค์จะเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้กำหนดและมอบไว้กับสหกรณ์แล้วให้ทำเป็นหนังสือตามลักษณะดังกล่าวในวรรคหนึ่งมอบให้สหกรณ์ถือไว้แทนฉบับเดิม

  เมื่อสมาชิกตาย สหกรณ์จะจ่ายค่าหุ้น เงินรับฝาก เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืน และดอกเบี้ยบรรดาที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์คืนให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ตั้งไว้ หรือถ้ามิได้ตั้งไว้ ก็คืนให้แก่บุคคลที่ได้นำหลักฐานมาแสดงต่อคณะกรรมการดำเนินการว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้น หรือเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ตามข้อกำหนดในข้อ 48 วรรคแรก และข้อ 49
  ข้อ 40. การขาดจากสมาชิกภาพ สมาชิกย่อมขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุใดๆ ดังต่อไปนี้
  (1) ตาย
  (2) ลาออกจากสหกรณ์
  (3) ป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  (4) เป็นบุคคลล้มละลาย
  (5) ถูกออกจากการเป็นพนักงาน หรืองานประจำตามข้อ 33(3) โดยมีความผิด หรือกรณีออกจากงานโดยไม่มีความผิด แต่มีอายุการเป็นสมาชิกน้อยกว่า 7 ปี
  (6) ถูกให้ออกจากสหกรณ์
   

(แก้ไขครั้งที่ 4 วันที่ 18 มกราคม 2548)

  ข้อ 41. การลาออกจากสหกรณ์ สมาชิกผู้ไม่มีหนี้สินอยู่ต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้ หรือผู้ค้ำประกัน อาจลาออกจากสหกรณ์ได้โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการและเมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับแล้วจึงอนุญาตให้ลาออกจากสหกรณ์ได้
  คณะกรรมการดำเนินการอาจมอบหมายให้คณะกรรมการอำนวยการ หรือประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการ หรือกรรมการ หรือผู้จัดการ สอบสวนพิจารณา หากเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับก็ให้ถือว่าลาออกจากสหกรณ์ตามความในวรรคหนึ่งได้ แล้วให้เสนอคณะกรรมการดำเนินการทราบในการประชุมคราวถัดไป
 

ข้อ 42. การให้ออกจากสหกรณ์ สมาชิกอาจถูกให้ออกจากสหกรณ์เพราะเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

  (1) ไม่ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิก หรือไม่ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือไม่ถือหุ้นครั้งแรกตามข้อ 36
  (2) ขาดส่งเงินค่าหุ้นรายเดือนถึงสามงวดติดต่อกัน หรือขาดส่งรวมถึงหกงวดทั้งนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการ
  (3) นำเงินกู้ไปใช้ผิดความมุ่งหมายที่ให้เงินกู้นั้น
  (4) ไม่จัดการแก้ไขหลักประกัน สำหรับเงินกู้ ที่เกิดบกพร่องให้คืนดีภายในระยะเวลา ที่คณะกรรมการดำเนินการกำหนด
  (5) ค้างส่งเงินงวดชำระหนี้ ไม่ว่าต้นเงิน หรือดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลาถึงสองงวด หรือผิดนัดการส่งเงินงวดชำระหนี้ดังว่านั้นถึงสามคราวสำหรับเงินกู้รายหนึ่งๆ
  (6) ไม่ให้ข้อความจริงเกี่ยวกับหนี้สินของตนแก่สหกรณ์เมื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิกหรือเมื่อจะก่อภาระผู้พันในหนี้สินต่อสหกรณ์ในฐานะผู้กู้ หรือผู้ค้ำประกัน หรือเมื่อมีภาระผูกพันในหนี้สินต่อสหกรณ์อยู่แล้ว
  (7) จงใจฝ่าฝืนกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ มติของสหกรณ์ หรือมีพฤติการณ์ใดๆ อันเป็นเหตุที่เชื่อได้ว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรือแสดงตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสหกรณ์ไม่ว่าโดยประการใดๆ
  (8) เมื่อสมาชิกลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
    (แก้ไขครั้งที่ 6 วันที่ 23 ธันวาคม 2551)
  เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนและพิจารณาแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงว่าสมาชิกมีพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังกล่าวข้างต้นจริง และได้ลงมติให้สมาชิกออกโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามแห่งจำนวนกรรมการดำเนินการที่อยู่ในที่ประชุมแล้ว ก็เป็นอันถือว่าสมาชิกนั้นถูกให้ออกจากสหกรณ์
  สมาชิกที่ถูกให้ออกจากสหกรณ์มีสิทธิอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ โดยให้ยื่นคำอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบมติของคณะกรรมการดำเนินการ คำวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ให้เป็นที่สุด
 

ข้อ 43. การถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใดๆ ให้คณะกรรมการดำเนินการถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนสมาชิก

  ข้อ 44. สมาชิกที่โอน หรือย้าย หรือออกจากการเป็นพนักงาน หรืองานประจำตามข้อ33(3) โดยไม่มีความผิด หากมีความประสงค์จะคงสภาพการเป็นสมาชิกต่อไปโดยไม่ลาออกจากสหกรณ์ จะต้องมีอายุการเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 7 ปี รวมทั้งมีหนี้ค้างชำระได้ไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว และจะงดส่งค่าหุ้นได้ต่อเมื่อไม่มีหนี้ค้างชำระกับสหกรณ์ โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการดำเนินการ
  สมาชิกตามวรรคหนึ่ง มีสิทธิกู้เงินได้ตามระเบียบสหกรณ์แต่ไม่เกินมูลค่าหุ้นที่ชำระแล้ว
 

(แก้ไขครั้งที่ 4 วันที่ 18 มกราคม 2548)

 

ข้อ 45. การจ่ายคืนจำนวนเงินของสมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพ สหกรณ์จะจ่ายคืนจำนวนเงินให้ดังนี้

  (1) ในกรณีที่สมาชิกขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุตามข้อ 40 (1),(2),(3) ให้สหกรณ์จ่ายเงินค่าหุ้น เงินปันผล เงินเฉลี่ยคืนค้างจ่าย และบรรดาเงินที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์ให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับ สำหรับเงินค่าหุ้นนั้นผู้มีสิทธิได้รับจะเรียกให้สหกรณ์จ่ายคืนทันทีโดยไม่มีเงินปันผลและหรือเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีที่ออกนั้น หรือจะเรียกให้จ่ายคืนหลังจากวันสิ้นปีทางบัญชีที่ออก โดยมีเงินปันผลและหรือเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีที่ออกนั้นก็ได้สุดแต่จะเลือก ในกรณีหลังนี้สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้นให้หลังจากวันสิ้นปีทางบัญชี ส่วนเงินปันผลและเฉลี่ยคืนจะจ่ายให้หลังจากวันที่ที่ประชุมใหญ่ได้พิจารณาจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีแล้ว
  (2)
    ถ้าปีใด จำนวนเงินค่าหุ้นที่ต้องจ่ายคืนเนื่องจากสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพมีจำนวนเกินร้อยละสิบแห่งทุนเรือนหุ้นที่มีอยู่ในวันต้นปีนั้น คณะกรรมการดำเนินการมีอำนาจให้รอการจ่ายคืนเงินค่าหุ้นของสมาชิกที่ขาดจากสมาชิกภาพรายถัดไปในปีนั้นจนกว่าจะถึงปีทางบัญชีใหม่ได้
  (3)
    การจ่ายคืนเงินฝากและดอกเบี้ย สหกรณ์จะจ่ายคืนให้ตามระเบียบสหกรณ์
  (4)
    ในกรณีที่ขาดสมาชิกภาพตามข้อ 40 (4) สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น เงินรับฝาก เงินปันผล และเงินเฉลี่ยคืนกับดอกเบี้ยค้างจ่ายและบรรดาเงินที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์คืนให้ตามกฎหมายล้มละลาย
  (5)
    ในกรณีที่ขาดสมาชิกภาพตามข้อ 40 (5) และ (6) สหกรณ์จะจ่ายเงินค่าหุ้น เงินปันผล และเงินเฉลี่ยคืนกับดอกเบี้ยค้างจ่าย และบรรดาเงินที่สมาชิกนั้นมีอยู่ในสหกรณ์ คืนให้ภายในเวลาอันสมควรตามที่กำหนด (1),(2) และ (3)
 

ข้อ 46. การหักจำนวนเงินซึ่งสมาชิกต้องรับผิดต่อสหกรณ์ ในการจ่ายคืนจำนวนเงินดังกล่าวในข้อ 45 นั้น ให้สหกรณ์หักจำนวนเงินซึ่งสมาชิกต้องรับผิดต่อสหกรณ์ออกก่อน

  ข้อ 47. ความรับผิดของสมาชิก สมาชิกต้องรับผิดเพื่อหนี้สินของสหกรณ์จำกัดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ


หมวด 5/1

สมาชิกสมทบ

  ข้อ 47/1 สมาชิกสมทบ สหกรณ์อาจรับสมาชิกสมทบได้ตามที่เห็นสมควร โดยต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบด้วยความสมัครใจ และมีความประสงค์จะใช้บริการต่างๆ ของสหกรณ์เป็นการประจำ
  ข้อ 47/2 คุณสมบัติของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติดังนี้
  (1)

เป็นผู้เห็นชอบในวัตถุประสงค์ของสหกรณ์

  (2) เป็นบุคคลธรรมดาทั้งบรรลุนิติภาวะและยังไม่บรรลุนิติภาวะ ในกรณีที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะต้องได้รับคำยินยอมจากผู้ปกครองเป็นลายลักษณ์อักษร
  (3) ต้องเป็นทายาทของสมาชิกผู้เสียชีวิต ได้แก่ คู่สมรส, บุตร และบิดามารดา
  (4) เป็นผู้ที่มีความประพฤติดีงาม
  (5) เป็นผู้ที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ มติ และคำสั่งของสหกรณ์
  (6) มิได้เป็นสมาชิกในสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นที่มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงิน
  ข้อ 47/3 การได้เข้าเป็นสมาชิกสมทบ ผู้ประสงค์สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบต้องยื่นใบสมัครถึงสหกรณ์ตามแบบที่กำหนดไว้ โดยต้องมีสมาชิกสหกรณ์นี้ไม่น้อยกว่า 1 คนรับรอง เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าผู้สมัครมีคุณสมบัติถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในข้อ 47/2 ทั้งเห็นเป็นการสมควรแล้วก็ให้รับเข้าเป็นสมาชิกสมทบได้และต้องจัดให้ผู้สมัครได้ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิกกับชำระค่าหุ้นและชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าให้ครบถ้วน
  เมื่อสมาชิกสมทบได้ปฏิบัติตามวรรคก่อนแล้วย่อมได้สิทธิในฐานะสมาชิกสมทบ
 

ข้อ 47/4 ค่าธรรมเนียมแรกเข้า ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิกสมทบต้องชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าในวันที่ยื่นใบสมัครเป็นสมาชิกจำนวนเงิน 100 บาท ค่าธรรมเนียมแรกเข้านี้ให้ถือว่าเป็นรายได้ของสหกรณ์ จะเรียกคืนไม่ได้ไม่ว่าด้วยกรณีใดๆ

 

ข้อ 47/5 การให้บริการสมาชิกสมทบ สหกรณ์อาจให้บริการหรือสวัสดิการแก่สมาชิกสมทบได้ตามที่เห็นสมควร แต่ต้องไม่ขัดกับข้อห้ามมิให้สมาชิกสมทบใช้สิทธิในสหกรณ์ ทั้งนี้ ประเภทของสหกรณ์ หลักเกณฑ์ ข้อกำหนด วิธีการให้บริการและอื่นๆ ตลอดจนสวัสดิการ และ
ผลตอบแทนจากการใช้บริการให้เป็นไปตามระเบียบของสหกรณ์

  ข้อ 47/6 สิทธิและหน้าที่ในฐานะสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบมีสิทธิและหน้าที่เพียงการถือหุ้นจำนวน 1 หุ้น ฝากเงินและถอนเงินกับสหกรณ์เท่านั้นและไม่มีสิทธิในเรื่องดังต่อไปนี้
  (1) นับชื่อเป็นองค์ประชุมใหญ่
  (2) ออกเสียงในเรื่องใดๆ
  (3) เป็นกรรมการดำเนินการ
  ข้อ 47/7 การเปลี่ยนแปลงชื่อ สัญชาติ และที่อยู่ของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบคนใดมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องชื่อ สัญชาติและที่อยู่ ต้องแจ้งให้สหกรณ์ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง
  ข้อ 47/8 การตั้งผู้รับโอนประโยชน์ของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบจะทำเป็นหนังสือตั้งบุคคลหนึ่งหรือหลายคน เพื่อให้เป็นผู้รับโอนประโยชน์ซึ่งตนมีอยู่ในสหกรณ์ในเมื่อตนตายนั้นมอบให้สหกรณ์ถือไว้หนังสือตั้งผู้รับโอนประโยชน์ดังว่านี้ต้องทำตามลักษณะพินัยกรรม
  ถ้าสมาชิกสมทบประสงค์จะเพิกถอน หรือเปลี่ยนแปลงการตั้งผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ทำไว้แล้วก็ต้องทำเป็นหนังสือตามลักษณะดังกล่าวในวรรคก่อนมอบให้สหกรณ์ถือไว้แทนฉบับเดิม
  เมื่อสมาชิกสมทบตาย ให้สหกรณ์แจ้งให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคก่อนทราบและสหกรณ์จะจ่ายเงินรับฝาก และเงินผลประโยชน์หรือเงินอื่นใดบรรดาที่สมาชิกสมทบผู้ตายมีอยู่ในสหกรณ์ให้แก่ผู้รับโอนประโยชน์ที่ได้ตั้งไว้ ก็คืนให้แก่บุคคลที่ได้นำหลักฐานมาแสดงให้เป็นที่พอใจคณะกรรมการดำเนินการว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับเงินจำนวนดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ตามข้อกำหนดในข้อ 47/13
  ให้ผู้รับโอนประโยชน์ตามความในวรรคแรกยื่นคำขอรับเงินผลประโยชน์ต่อสหกรณ์ภายในกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่สมาชิกสมทบตายหรือได้รับแจ้งจากสหกรณ์ โดยให้แนบสำเนามรณะบัตรที่ทางราชการออกให้แสดงว่าสมาชิกสมทบนั้นๆ ได้ถึงแก่ความตายไปประกอบการพิจารณาด้วย เมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้พิจารณาและอนุมัติแล้ว สหกรณ์จะจ่ายเงินผลประโยชน์ดังกล่าวภายในสี่สิบห้าวัน ในกรณีผู้มีสิทธิรับเงินผลประโยชน์ไม่ยื่นคำขอรับเงินผลประโยชน์ หรือผู้ที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนประโยชน์ที่สมาชิกสมทบได้จัดทำให้สหกรณ์ถือไว้ไม่มีตัวตนอยู่ก็ตาม เมื่อพ้นกำหนดอายุความฟ้องคดีให้สหกรณ์โอนจำนวนเงินดังกล่าวไปสมทบเป็นทุนสำรองของสหกรณ์ทั้งสิ้น
  ข้อ 47/9 การขาดจากสมาชิกภาพของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบย่อมขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุใดๆ ดังต่อไปนี้
  (1)

ตาย

  (2) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
  (3) ต้องคำพิพากษาให้ล้มละลาย
  (4) ลาออกจากสหกรณ์ และได้รับอนุญาตแล้ว
  (5) ถูกให้ออกจากสหกรณ์
  (6) ถูกให้ออกจากงานประจำ โดยมีความผิด
 

ข้อ 47/10 การลาออกจากสหกรณ์ของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบอาจขอลาออกจากสหกรณ์ได้ โดยแสดงความจำนงเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการดำเนินการและเมื่อคณะกรรมการดำเนินการได้สอบสวนพิจารณาเห็นว่าเป็นการชอบด้วยข้อบังคับ และอนุญาตแล้วจึงให้ถือว่าออกจากสหกรณ์ได้

  ข้อ 47/11 การให้ออกจากสหกรณ์ของสมาชิกสมทบ สมาชิกสมทบอาจถูกให้ออกจากสหกรณ์เพราะเหตุใดๆ ดังต่อไปนี้
  (1)

ไม่ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า

  (2) ไม่ลงลายมือชื่อในทะเบียนสมาชิกสมทบ
  (3) ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ มติและคำสั่งของสหกรณ์ หรือมีพฤติการณ์ใด ๆ อันเป็นเหตุที่เชื่อได้ว่าไม่ซื่อสัตย์สุจริต
  (4) แสดงตนเป็นปฏิปักษ์หรือทำให้เสื่อมเสียต่อสหกรณ์ไม่ว่าโดยประการใดๆ
  (5) ไม่มีธุรกรรมใด ๆ ต่อสหกรณ์ฯ ติดต่อกันนานเกินกว่า 5 ปี
 

ข้อ 47/12 การถอนชื่อสมาชิกสมทบออกจากทะเบียนสมาชิก ในกรณีที่สมาชิกสมทบออกจากสหกรณ์ไม่ว่าเพราะเหตุใด ให้คณะกรรมการดำเนินการถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียนสมาชิก

  ข้อ 47/13 การจ่ายคืนจำนวนเงินของสมาชิกสมทบที่ขาดจากสมาชิกภาพ ในกรณีที่สมาชิกสมทบขาดจากสมาชิกภาพเพราะเหตุตามข้อ 47/9 นั้น สหกรณ์จะจ่ายคืนเงินรับฝากและดอกเบี้ยนั้น สหกรณ์จะจ่ายคืนให้ตามระเบียบของสหกรณ์
  (แก้ไขครั้งที่ 5 วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2551)